BITKUB BLOG

แคมเปญ Deposit USDT0 on STABLE รับ USDT 500 บาท* (28 ก.ย. — 27 ต.ค. 69)

แคมเปญ Deposit USDT0 on STABLE รับ USDT 500 บาท* (28 ก.ย. — 27 ต.ค. 69)

แคมเปญ Deposit USDT0 on STABLE รับ USDT 500 บาท* (28 ก.ย. — 27 ต.ค. 69)

ผู้เขียน : Baam Nichapat | Sun, 27 Sep 2026 | อ่าน: 2
ข่าว
ข่าวรายสัปดาห์ 19–25 กันยา: คริปโตทั่วโลกหดตัวเพียง 1.6% | TRON ทำยอดธุรกรรมสะสมสูงสุด

ข่าวรายสัปดาห์ 19–25 กันยา: คริปโตทั่วโลกหดตัวเพียง 1.6% | TRON ทำยอดธุรกรรมสะสมสูงสุด

ข่าวรายสัปดาห์ [19–25 ก.ย. 69]: คริปโตทั่วโลกหดตัวเพียง 1.6% | TRON ทำยอดธุรกรรมสะสมสูงสุด | ระวังแฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้มุกหลอกสัมภาษณ์งาน แม้ว่ามูลค่าตลาดรวมจะปรับตัวลดลง แต่คริปโตเคอร์เรนซีกำลังเปลี่ยนผ่านจากการเก็งกำไรไปสู่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน โดยมีสเตเบิลคอยน์เป็นขุมพลังสำคัญสำหรับการโอนเงินข้ามประเทศ การชำระเงิน P2P และการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ สะท้อนจากยอดธุรกรรมสะสมของ TRON ที่สูงเกิน 30 ล้านล้านดอลลาร์ และยอดโอนสเตเบิลคอยน์ข้ามแดนที่พุ่งขึ้น 77.5% แตะ 220,300 ล้านดอลลาร์ สถาบันการเงินยักษ์ใหญ่อย่าง Visa, Western Union และ MoneyGram เร่งเข้ามามีบทบาท ขณะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเพิ่มสูงขึ้นหากได้รับการคุ้มครองระดับธนาคาร อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความท้าทายจากผู้บริโภคกว่าครึ่งที่ยังขาดความเข้าใจ และภัยคุกคามไซเบอร์อย่างแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่หลอกสัมภาษณ์งานเพื่อขโมยเงินไปกว่า 11 ล้านดอลลาร์ — — — — — — — — — — เศรษฐกิจคริปโตทั่วโลกหดตัวเพียง 1.6% แม้มูลค่าตลาดรวมร่วงหนักกว่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ รายงานการยอมรับคริปโตระดับโลกปี 2026 โดย Chainalysis ระบุว่า กิจกรรมทางเศรษฐกิจคริปโตทั่วโลกในรอบ 12 เดือน (สิ้นสุดมิถุนายน 2026) ลดลงเพียง 1.6% มาอยู่ที่ 9.4 ล้านล้านดอลลาร์ แม้ว่ามูลค่าตลาดรวม (Market Cap) จะปรับตัวลดลงถึง 50% หรือคิดเป็นมูลค่ากว่า 2.1 ล้านล้านดอลลาร์ก็ตาม แม้ว่าปริมาณเงินที่ไหลเข้ากระดานเทรดและโปรโตคอล DeFi จะลดลง 4.3% แต่การใช้งานในชีวิตจริงกลับขยายตัวสวนทาง โดยยอดการโอนเงินแบบบุคคลต่อบุคคล (P2P) ภายในประเทศพุ่งขึ้นถึง 302.9% แตะ 228,700 ล้านดอลลาร์ ขณะที่การโอน Stablecoin ข้ามประเทศเติบโต 77.5% แตะ 220,300 ล้านดอลลาร์ โดยมีมูลค่าเฉลี่ยต่อรายการอยู่ที่ประมาณ 3,000 ดอลลาร์ สะท้อนถึงการใช้งานเพื่อการชำระเงิน การโอนเงินกลับบ้าน และการป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อ ทั้งนี้ บราซิล ติดอันดับ 1 ในดัชนีการยอมรับคริปโตโลก ตามด้วยสหรัฐอเมริกา ไนจีเรีย ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ อ้างอิง: The Block — — — — — — — — — — TRON ทำยอดธุรกรรมสะสมทะลุ 30 ล้านล้านดอลลาร์ ตอกย้ำบล็อกเชนผู้นำด้าน Stablecoin TRON DAO ประกาศความสำเร็จครั้งสำคัญเมื่อมูลค่าการทำธุรกรรมสะสมบนเครือข่าย TRON พุ่งทะลุ 30 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (30 Trillion) นับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยจุดเด่นด้านค่าธรรมเนียมที่ต่ำ ความเร็วในการประมวลผลสูง และสภาพคล่องที่หนาแน่น ทำให้ปัจจุบัน TRON มี USDT หมุนเวียนสูงที่สุดในโลกกว่า 94,000 ล้านดอลลาร์ และมียอดการโอนเงินเฉลี่ยต่อวันสูงถึง 25,000 ล้านดอลลาร์ การเติบโตนี้สอดคล้องกับการใช้งานจริงในวงกว้าง โดย TRON ครองส่วนแบ่งการตลาดถึง 34% ของปริมาณการใช้จ่ายผ่านบัตรชำระเงินคริปโต ด้านการยอมรับในฝั่งสถาบันก็ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ผ่านการเปิดตัว ETF สเตกกิ้ง TRX (TRXS) โดย Canary Capital, ผลิตภัณฑ์อนุพันธ์บน Bitnomial, บริการฝากสินทรัพย์ของ Anchorage Digital และการถูกนำไปรวมในดัชนี S&P Pantera Digital Asset Index โดย Justin Sun ผู้ก่อตั้ง TRON ระบุว่า ยอดธุรกรรมดังกล่าวสะท้อนว่าเครือข่ายได้กลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจดอลลาร์ดิจิทัลแล้ว อ้างอิง: The Block — — — — — — — — — — ระวังแฮกเกอร์เกาหลีเหนือใช้มุกหลอกสัมภาษณ์งาน สูบเงินคริปโตวอลเล็ตกว่า 7,000 บัญชี สูญ 11 ล้านดอลลาร์ หน่วยงานความมั่นคง 7 แห่งจากสหรัฐฯ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย และเยอรมนี ออกคำเตือนร่วมเกี่ยวกับกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือที่รู้จักในชื่อ WaterPlum หรือ Contagious Interview ซึ่งก่อเหตุสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์กว่า 30,000 เครื่องใน 100 ประเทศ และขโมยเงินหรือข้อมูลประจำตัวจากคริปโตวอลเล็ตไปได้กว่า 7,000 บัญชี คิดเป็นมูลค่าราว 10.71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ พฤติการณ์ของกลุ่มนี้คือการปลอมตัวเป็นผู้ว่าจ้างในอุตสาหกรรม Web3 เข้าหาเหล่านักพัฒนาผ่านโซเชียลมีเดียและแพลตฟอร์มหางาน จากนั้นหลอกให้ดาวน์โหลดไฟล์ภารกิจทดสอบโค้ดดิ้งหรือซอฟต์แวร์ที่ฝังมัลแวร์ตระกูลต่างๆ เช่น BeaverTail และ StoatWaffle นอกจากนี้ ทางการญี่ปุ่นยังสามารถทลาย “Laptop Farm” ภายในประเทศได้เป็นครั้งแรก ซึ่งใช้เป็นฐานที่ตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้แฮกเกอร์จากเกาหลีเหนือสวมรอยเข้ามาควบคุมระยะไกลเพื่อทำงานและก่อเหตุ อ้างอิง: Decrypt — — — — — — — — — — ผลสำรวจ Visa ชี้การคุ้มครองระดับธนาคารช่วยดันความเชื่อมั่น ดันการยอมรับ Stablecoin พุ่งสูงขึ้น ผลการศึกษา Money Travels 2026 โดย Visa และ Morning Consult ระบุว่า ความสนใจของผู้บริโภคชาวอเมริกันในการใช้งานสเตเบิลคอยน์ (Stablecoin) เพิ่มขึ้นจาก 36% เป็น 56% หากมีการคุ้มครองความปลอดภัยระดับเดียวกับธนาคาร เช่น การประกันเงินฝากและการคุ้มครองการฉ้อโกง นอกจากนี้ หากให้บริการผ่านสถาบันการเงินที่มีอยู่เดิม ความสนใจจะเพิ่มเป็น 45% โดยธนาคารพาณิชย์ (61%) และเครือข่ายการชำระเงินระดับโลก (60%) เป็นผู้ให้บริการที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด แม้ว่าการใช้งานในระดับสถาบันจะเติบโตขึ้นอย่างมาก โดย Visa มีปริมาณการชำระเงินด้วยสเตเบิลคอยน์ระดับเทียบเท่ารายปีทะลุ 20,000 ล้านดอลลาร์แล้ว แต่ความเข้าใจของผู้บริโภคยังคงเป็นข้อจำกัด โดย 56% ของผู้ตอบแบบสอบถามไม่เคยยินชื่อสเตเบิลคอยน์ และบางส่วนเข้าใจผิดว่าราคาผันผวนเหมือน Bitcoin ทั้งนี้ อุปทานรวมของสเตเบิลคอยน์อิงดอลลาร์สหรัฐในปัจจุบันพุ่งสูงเกิน 295,000 ล้านดอลลาร์ นำโดย Tether (USDT) และ Circle (USDC) อ้างอิง: The Block — — — — — — — — — — ยอดโอน Stablecoin ข้ามประเทศพุ่งสูง 78% เมินกระแสตลาดคริปโตซบเซา ข้อมูลจาก Chainalysis เผยว่า ยอดการโอนสเตเบิลคอยน์ข้ามประเทศพุ่งขึ้น 77.5% สู่ระดับ 220,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐในรอบปีที่ผ่านมา สวนทางกับมูลค่าตลาดคริปโตโดยรวมที่ลดลง 37% ชี้ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงจากการเก็งกำไรไปสู่การใช้งานจริงในโลกการเงิน เช่น การชำระเงินระหว่างธุรกิจ การค้า และการโอนเงินระหว่างประเทศ ซึ่งมีธุรกรรมเฉลี่ยราว 3,000 ดอลลาร์ ความชัดเจนด้านกฎหมาย เช่น กฎหมาย GENIUS Act ในสหรัฐฯ และกฎระเบียบ MiCA ในยุโรป มีส่วนสำคัญในการส่งเสริมความเชื่อมั่น นอกจากนี้ ผู้ให้บริการโอนเงินรายใหญ่อย่าง Western Union และ MoneyGram ได้เปิดตัวบัตรเชื่อมต่อสเตเบิลคอยน์เพื่อรองรับการใช้งานจริง ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า สเตเบิลคอยน์กำลังกลายเป็นเครื่องมือสำคัญในการเข้าถึงเงินดอลลาร์ การโอนเงินข้ามแดน และการปกป้องมูลค่าทรัพย์สินจากอัตราเงินเฟ้อในภูมิภาคละตินอเมริกา เอเชีย และแอฟริกา อ้างอิง: Cointelegraph — — — — — — — — — — คำเตือน: -คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — หากคุณยังเป็นมือใหม่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความ “แหล่งความรู้ มือใหม่หัดเทรดคริปโต เริ่มต้นที่นี่” แล้วมาเริ่มต้นเทรดได้วันนี้ที่ Bitkub Exchange → คลิกสมัครเลย — — — — — — — — — — Weekly News [Sep 19–25, 2026]: Global Crypto Economy Dips 1.6% | TRON Hits $30T Volume, Cementing Stablecoin Leadership | North Korean Hackers Steal $11M via Fake Job Interviews Despite market capitalization drops, crypto is pivoting from speculation toward real-world utility, driven by stablecoins for cross-border remittances, P2P payments, and inflation hedging. This shift is evident in TRON’s $30 trillion in cumulative transactions and Chainalysis reporting a 77.5% surge in international stablecoin transfers to $220.3 billion. Major institutions like Visa, Western Union, and MoneyGram are driving integration, with consumer trust rising when bank-grade protections are offered. However, challenges persist: over half of consumers still lack stablecoin awareness, and cyber threats remain prominent, highlighted by North Korean hackers stealing $11 million through fake Web3 job interviews. — — — — — — — — — — Global Crypto Economy Contracts Just 1.6% Despite Market Cap Plunging Over $2.1 Trillion The 2026 Global Crypto Adoption Report by Chainalysis indicates that global crypto economic activity over the 12-month period (ending June 2026) fell by just 1.6% to $9.4 trillion, even as the total market capitalization dropped by 50%, or over $2.1 trillion. Although capital inflows into centralized exchanges and DeFi protocols declined by 4.3%, real-world usage grew counter to the trend. Domestic peer-to-peer (P2P) transfers surged 302.9% to reach $228.7 billion, while cross-border stablecoin transfers expanded by 77.5% to $220.3 billion, with an average transaction value of around $3,000. This reflects adoption driven by payments, remittances, and hedging against inflation. Brazil ranked first on the Global Crypto Adoption Index, followed by the United States, Nigeria, Japan, and South Korea. Source: The Block — — — — — — — — — — TRON Reaches $30 Trillion in Cumulative Transactions, Solidifying Its Position as the Leading Stablecoin Blockchain TRON DAO announced a major milestone as cumulative transaction value on the TRON network surpassed $30 trillion since its inception. Key strengths such as low transaction fees, high processing speeds, and deep liquidity have allowed TRON to hold the world’s highest circulating supply of USDT at over $94 billion, with an average daily transfer volume reaching $25 billion. This growth aligns with widespread real-world adoption, with TRON accounting for a 34% market share of crypto payment card spending. Institutional adoption has also continued to expand through the launch of the TRX Staking ETF (TRXS) by Canary Capital, derivative products on Bitnomial, custody services by Anchorage Digital, and inclusion in the S&P Pantera Digital Asset Index. TRON founder Justin Sun said these transaction volumes show the network has become vital infrastructure for the digital dollar economy. Source: The Block — — — — — — — — — — Warning: North Korean Hackers Use Fake Job Interviews to Drain Crypto Wallets Across 7,000 Accounts, Causing $11 Million in Losses Seven security agencies from the United States, Japan, Australia, and Germany issued a joint advisory warning against a North Korean hacker group known as WaterPlum or Contagious Interview. The group has compromised over 30,000 devices across 100 countries and stolen funds or credentials from over 7,000 crypto wallets, amounting to approximately $10.71 million. The group’s tactic involves posing as Web3 employers to target developers via social media and job platforms, tricking them into downloading coding assignment files or software embedded with malware strains such as BeaverTail and StoatWaffle. Additionally, Japanese authorities dismantled a domestic ‘Laptop Farm’ for the first time, which was used as a physical base allowing North Korean hackers to remotely control computers to work and execute attacks. Source: Decrypt — — — — — — — — — — Visa Survey Shows Bank-Grade Protections Boost Trust, Driving Stablecoin Adoption Higher The 2026 Money Travels study by Visa and Morning Consult reveals that American consumer interest in using stablecoins increases from 36% to 56% if provided with bank-level security protections, such as deposit insurance and fraud protection. Furthermore, interest reaches 45% if services are offered through existing financial institutions, with commercial banks (61%) and global payment networks (60%) being the most trusted providers. Despite significant growth in institutional adoption — with Visa recording annualized stablecoin payment volume exceeding $20 billion — consumer understanding remains a key limitation. 56% of respondents have never heard of stablecoins, and some mistakenly believe prices fluctuate like Bitcoin. Meanwhile, the total supply of USD-pegged stablecoins currently exceeds $295 billion, led by Tether (USDT) and Circle (USDC). Source: The Block — — — — — — — — — — Cross-Border Stablecoin Transfer Volume Surges 78%, Defying Crypto Market Slump Data from Chainalysis shows cross-border stablecoin transfer volume jumped 77.5% to $220.3 billion over the past year, while the broader crypto market capitalization fell 37%. This highlights a shift from speculation to real-world financial utility, such as business-to-business payments, trade, and international remittances, with an average transaction value of around $3,000. Regulatory clarity, such as the GENIUS Act in the US and MiCA regulations in Europe, has played a crucial role in boosting confidence. Additionally, major remittance providers like Western Union and MoneyGram have launched stablecoin-linked cards to support real-world use. Experts note that stablecoins are becoming vital tools for accessing US dollars, executing cross-border transfers, and preserving asset value against inflation across Latin America, Asia, and Africa. Source: Cointelegraph — — — — — — — — — — Disclaimer: - Cryptocurrency and digital tokens involve high risks; investors may lose all investment money and should study information carefully and make investments according to their own risk profile. -Past Returns does not guarantee future returns/performance. — — — — — — — — — — Start your crypto trading journey today! If you’re new to the space, get all the information you need in our guide, “Crypto Trading for Beginners: Start Here.” Ready to trade? Sign up now on Bitkub Exchange → Click to register! ข่าวรายสัปดาห์ 19–25 กันยา: คริปโตทั่วโลกหดตัวเพียง 1.6% | TRON ทำยอดธุรกรรมสะสมสูงสุด was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Napisa Wisuttipun | Fri, 25 Sep 2026 | อ่าน: 0
แคมเปญ Trade to Earn Safepal X1 Hardware Wallet (25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69)

แคมเปญ Trade to Earn Safepal X1 Hardware Wallet (25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69)

แคมเปญ Trade to Earn Safepal X1 Hardware Wallet (25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69) กิจกรรม: Trade & Earn, Get X1 Hardware Wallet รายละเอียด: เพียงเทรดเหรียญอะไรก็ได้สะสมให้ครบ 1 ล้านบาทขึ้นไป รับ SafePal X1 Hardware Wallet มูลค่า 70 USD (จำกัด 280 สิทธิ์) ระยะเวลากิจกรรม: 25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69 ลงทะเบียนผ่านลิงก์: https://form.bitkub.com/trade-and-earn-safepal-25sep26 — — — — — ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรม 1.กิจกรรม Trade to earn SafePal (25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69) (“กิจกรรม”) นี้จัดขึ้นโดย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (“บริษัทฯ”) 2.เริ่มตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69 3.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้อง - มีบัญชี Bitkub Exchange และผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 ขึ้นไป (KYC1) - มียอดเทรดสะสม 1 ล้านบาทขึ้นไป ภายในช่วงระยะเวลากิจกรรม รับ SafePal X1 Hardware Wallet มูลค่า 70 USD (จำกัด 280 สิทธิ์) - ลงทะเบียนเพื่อเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแบบฟอร์ม https://form.bitkub.com/trade-and-earn-safepal-25sep26 4.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเบื้องต้น จากลิงก์ที่แนบไว้ในแบบฟอร์ม 5.ของรางวัลคือ SafePal X1 Hardware Wallet มูลค่า 70 USD 5.1. ลูกค้าชำระค่าธรรมเนียมการจัดส่งสินค้าด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์ คิดเป็นเงินประมาณ $5 — $20 หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 166.05–664.2 บาท (โดยคำนวณจากมูลค่า ณ วันที่ 23 ก.ย. 2569 ราคาประมาณ 33.21 บาท/เหรียญ) 5.2. ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าภาษีศุลกากรหรือภาษีอื่นๆ ที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบต่อปัญหาการจัดส่ง ความล่าช้า หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่เกิดจากภาษีนำเข้าหรือกระบวนการทางศุลกากรในท้องถิ่น หากเกิดข้อผิดพลาดจากการขนส่ง หรือตัวสินค้า ลูกค้าต้องติดต่อกับบริษัท Safepal โดยตรงด้วยตนเอง 6.ขอสงวนสิทธิ์การรับของรางวัล 1 รางวัล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange เท่านั้น 7.ทางบริษัทฯ จะลำดับการมอบรางวัลจากผู้ที่ลงทะเบียนในแบบฟอร์มก่อน และทำการส่งโค้ดให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลที่ทำถูกต้องตามเงื่อนไขของกิจกรรมผ่านช่องทาง E-mail ภายใน 15 วันทำการ และลูกค้าสามารถนำโค้ดไปรับ SafePal X1 Hardware Wallet ด้วยตนเองผ่านเว็บไซต์: https://www.safepal.com/en/claimX1/bitkub ภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2026 23:59:59 UTC 8.ทางบริษัทฯจะส่งรายชื่อผู้ชนะผ่านช่องทาง E-mail เพียง 1 ครั้งเท่านั้น หากไม่ได้รับ E-mail ภายในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2569 23:59:59 ลูกค้าต้องติดต่อ และสอบถามสถานะเพิ่มทาง Bitkub Customer Happiness 9.ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลชนิดอื่นได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ 10.ทางบริษัทฯ จะดําเนินการลบข้อมูลของลูกค้าที่กรอกแบบฟอร์ม ภายใน 365 วัน หลังจากจบระยะเวลากิจกรรม 11.ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน ค่าเสียหายของสินค้า หรือของรางวัล หากชำรุดเมื่อได้รับของรางวัลไปแล้ว หรือเกิดความเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่งหรือทางอาญา 12.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกิจกรรม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วันทำการ 13.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบิทคับได้ที่นี่ https://onelink.bitkub.com/aHvr/gtbl7nio *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมดโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แคมเปญ Trade to Earn Safepal X1 Hardware Wallet (25 ก.ย. — 25 ต.ค. 69) was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Baam Nichapat | Wed, 23 Sep 2026 | อ่าน: 2
บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ คว้า 8 รางวัลการให้บริการลูกค้า TCCTA Contact Center Awards 2026

บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ คว้า 8 รางวัลการให้บริการลูกค้า TCCTA Contact Center Awards 2026

บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ คว้า 8 รางวัลการให้บริการลูกค้า TCCTA Contact Center Awards 2026 ตัวแทนไทยแข่งระดับภูมิภาค บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ให้บริการ Bitkub Exchange ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลและนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย ตอกย้ำความเป็นเลิศด้านให้การบริการลูกค้าของประเทศไทย 5 ปีซ้อน คว้า 8 รางวัลจากเวที “TCCTA Contact Center Awards 2026” ของสมาคมการค้าธุรกิจศูนย์บริการทางโทรศัพท์ไทย โดยเป็นงานประกาศรางวัลระดับประเทศที่คัดเลือกผู้ให้บริการติดต่อลูกค้า (Contact Center) ที่มีความเป็นเลิศในการให้บริการและส่งมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้า ซึ่ง Bitkub Exchange ยังได้รับรางวัลเหรียญทองในสาขา The Best Business Contribution Contact Center โดยจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบนเวที CC-APAC Regional Awards 2026 ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ที่ประเทศมาเลเซียต่อไป คุณชัญธิกา ชมโฉม ผู้ร่วมก่อตั้งกลุ่มบริษัทบิทคับ เปิดเผยว่า “Bitkub Exchange ให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับการให้บริการลูกค้าและมุ่งมั่นพัฒนามาตรฐานการให้บริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าสามารถใช้งานและไว้วางใจในการให้บริการอย่างเต็มที่ โดยในปีนี้ Bitkub Exchange ได้รับรางวัลต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 และสามารถคว้ารางวัลถึง 8 สาขาจากทั้งหมด 9 สาขาของการประกวด ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของปีนี้ที่ได้รับการยอมรับในความเชี่ยวชาญและประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจที่ครอบคลุมในแต่ละมิติมากขึ้น ตอกย้ำความตั้งใจของเราภายใต้แนวคิด ‘We deliver beyond customer’s satisfaction.’ ที่มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่เหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าอยู่เสมอ และพร้อมทำหน้าที่เป็นตัวแทนประเทศไทยอย่างเต็มที่ในการแข่งขันและแสดงศักยภาพในระดับภูมิภาคต่อไป” ทั้งนี้ Bitkub Exchange ได้รับรางวัล TCCTA Contact Center Awards 2026 ครอบคลุมทั้งประเภทองค์กรและประเภทบุคคล รวมทั้งหมด 8 รางวัล ดังนี้ 1. รางวัลเหรียญทอง The Best Business Contribution Contact Center 2. รางวัลเหรียญเงิน The Best Customer Experience Contact Center 3. รางวัลเหรียญทองแดง The Best Technology Innovation Contact Center 4. รางวัล The Best Contact Center ประเภท HR Support ยอดเยี่ยม 5. รางวัล The Best Contact Center ประเภท Manager ดีเด่น 6. รางวัล The Best Contact Center ประเภท Social Media Customer Care ดีเด่น 7. รางวัล The Best Contact Center ประเภท Agent ดีเด่น 8. รางวัล The Best Contact Center ประเภท Quality Assurance Support ดีเด่น นอกจากนี้ Bitkub Exchange จะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกบนเวที CC-APAC Regional Awards 2026 ในสาขา The Best Business Contribution Contact Center จากการได้รับรางวัลเหรียญทอง ในเดือนพฤศจิกายน 2569 ที่ประเทศมาเลเซีย หลังเคยสามารถชนะรางวัลระดับ Platinum Award สาขา The Best Employee Engagement Contact Center ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดในสาขานี้ บนเวที CC-APAC Regional Awards 2025 ที่ฮ่องกง ในปี 2568 ที่ผ่านมา บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ คว้า 8 รางวัลการให้บริการลูกค้า TCCTA Contact Center Awards 2026 was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Napisa Wisuttipun | Wed, 23 Sep 2026 | อ่าน: 2
กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท* (24 ก.ย. 69)

กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท* (24 ก.ย. 69)

กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท*(24 ก.ย. 69) กิจกรรม: Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท* ระหว่าง: วันที่ 24 ก.ย. 69 เวลา 19:00–20:00 น. ลงทะเบียนได้ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. 69 คลิก: https://form.bitkub.com/learn-and-earn-live-usdt-24sep26 ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรม 1. กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท* (“กิจกรรม”) นี้ จัดขึ้นโดย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จํากัด (“บริษัทฯ”) 2. กิจกรรมนี้จัดขึ้นวันที่ 24 ก.ย. 69 เวลา 19:00-20:00 น. 3. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องกรอกแบบฟอร์มเพื่อลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรม ผ่านลิงก์ https://form.bitkub.com/learn-and-earn-live-usdt-24sep26 ระหว่างวันที่ 22-24 ก.ย. 69 4. ผู้ร่วมกิจกรรมจะต้องตอบคำถามเพื่อรับของรางวัล ผ่านรายการ Learn and Earn LIVE วันที่ 24 ก.ย. 69 เวลา 19:00–20:00 น. บนเพจ Facebook : Bitkub 5. ของรางวัล คือ เหรียญ USDT มูลค่าประมาณ 300 บาท หรือ จำนวน 9.09919 เหรียญ/รางวัล (คำนวณราคาเหรียญ USDT ณ วันที่ 10 ก.ย. 69 ประมาณ 32.97 บาท/เหรียญ) จำนวน 300 สิทธิ์ 6. ขอสงวนสิทธิ์การมอบของรางวัลให้ผู้ร่วมกิจกรรม ที่มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้- ผู้ที่ทำการแชร์โพสต์ (Live) กิจกรรม Learn and Earn LIVE x KUB บน Facebook แบบสาธารณะ ใส่แคปชันติด #LearnandEarnLIVE แล้วนำหลักฐานมาใส่ในแบบฟอร์ม- ผู้ที่กรอกแบบฟอร์มเข้าร่วมกิจกรรมถูกต้องและครบถ้วน บริษัทขอสงวนสิทธิ์ลูกค้าที่กรอกชื่อไม่ตรงตามบัญชี Facebook จะไม่ได้รับสิทธิ์ในการเข้าร่วมกิจกรรมทุกประการ- ผู้ที่ตอบคำถามผ่านรายการ Learn and Earn LIVE ถูกต้องและรวดเร็วที่สุด- ผู้ที่มีบัญชี Bitkub Exchange และผ่านการยืนยันตัวตนลำดับที่ 1 ขึ้นไป ณ วันที่เข้าร่วมกิจกรรม 7. วิธีการกรอกชื่อ Facebook ลงในแบบฟอร์ม(1) กรอกชื่อ Facebook ตรงตามที่แสดงอยู่บนหน้าเพจหรือโปรไฟล์(2) ต้องระบุเว้นวรรค สัญลักษณ์ เครื่องหมาย ตรงตามบัญชี Facebook ทุกประการ หากมีการเว้นวรรคหรือกรอกชื่อไม่ตรงตามบัญชี Facebook ระบบจะไม่สามารถดึงข้อมูลได้ เช่น ชื่อ Facebook ของท่านคือ Bitkub Exchange ต้องระบุว่า “Bitkub Exchange”(3) หากชื่อบัญชี Facebook มีอักขระ หรือสัญลักษณ์พิเศษ โปรดกรอกตามประเภทแป้นพิมพ์ ตามจริงที่แสดงบนบัญชี Facebook เช่น ชื่อบัญชี Facebook ของท่านคือ Kitty’ Nina โปรดตรวจสอบเครื่องหมาย ‘ บนชื่อของท่านว่าใช้แป้นพิมพ์ในหมวดภาษาเดียวกัน หากชื่อบน Facebook ของท่านใช้เครื่องหมาย ‘ โดยใช้แป้นพิมพ์หมวดภาษาอังกฤษ ให้ใช้เครื่องหมายจากประเภทแป้นพิมพ์เดียวกัน หากท่านกรอกเข้ามาโดยพิมพ์สัญลักษณ์ ’ เป็นภาษาไทย ระบบจะถือว่าไม่ตรงกัน 8. ทางบริษัทฯ จะพิจารณายึดข้อมูลจากลำดับเวลาของการตอบคำถามถูกต้องและรวดเร็วที่สุด จำนวน 300 ท่านแรก 9. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และผ่านการอบรมความรู้ เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเบื้องต้นจากลิงก์ที่แนบไว้ในแบบฟอร์ม 10. บริษัทขอสงวนสิทธิ์การลงทะเบียน 1 อีเมล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange ต่อ 1 บัญชี Facebook เท่านั้น 11. ขอสงวนสิทธิ์การรับของรางวัล 1 รางวัล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange เท่านั้น 12. บริษัทขอสงวนสิทธิ์การลงทะเบียนซ้ำ หากมีการลงทะเบียนมากกว่า 1 ครั้ง บริษัทจะยึดข้อมูลการลงทะเบียนครั้งแรกเท่านั้น 13. ทางบริษัทฯ จะทำการโอนเหรียญ และส่งอีเมลยืนยันสิทธิ์ให้กับผู้ที่ได้รับรางวัล ที่ทำถูกต้องตามเงื่อนไขของกิจกรรม ภายใน 60 วันทำการ หลังสิ้นสุดระยะเวลากิจกรรม 14. ทางบริษัทฯ จะดําเนินการลบข้อมูลของลูกค้าที่กรอกแบบฟอร์ม ภายใน 365 วัน หลังจากจบระยะเวลากิจกรรม 15. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลชนิดอื่นได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ 16. ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน ค่าเสียหายของสินค้า หรือของรางวัล หากชำรุดเมื่อได้รับของรางวัลไปแล้ว หรือเกิดความเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่ง หรือทางอาญา 17. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกิจกรรม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วันทำการ 18. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบิทคับได้ที่นี่ https://onelink.bitkub.com/aHvr/gtbl7nio *คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมดโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ กิจกรรม Learn and Earn LIVE ตอบถูกตอบไว รับเหรียญ USDT มูลค่า 300 บาท* (24 ก.ย. 69) was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Jirayu Aiamjaikla | Tue, 22 Sep 2026 | อ่าน: 2
xMoney (XMN) คืออะไร? โทเคนที่ออกแบบมาตามกฎระเบียบ EU MiCA ตั้งแต่วันแรก

xMoney (XMN) คืออะไร? โทเคนที่ออกแบบมาตามกฎระเบียบ EU MiCA ตั้งแต่วันแรก

Key Takeaway – xMoney รองรับการชำระเงินทั้งเงิน Fiat (บัตรเครดิต/เดบิต, โอนผ่านธนาคาร), Stablecoin และ Crypto ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย PCI DSS Level 1 –ออกแบบให้สอดคล้องและถูกต้องตามกรอบกฎหมาย EU MiCA (Title II) ในฐานะ Utility Token ตั้งแต่วันแรก –ระบบรองรับ 2 สกุลเงิน (Dual-Currency) ใช้ Loyalty Points สำหรับรางวัลเงินคืน/ส่วนลดประจำวัน และใช้ XMN สำหรับส่วนลดค่าธรรมเนียมร้านค้า การ Staking และสิทธิ์การโหวต –รองรับหลายบล็อกเชน (Multichain) เปิดใช้งานบนทั้งเครือข่าย Sui และ MultiversX พร้อมบริดจ์ข้ามเครือข่ายแบบ 1:1 อย่างเป็นทางการ — — — — — — — — — — xMoney คืออะไร? xMoney คือระบบนิเวศการชำระเงินแบบ Hybrid ที่รวมระบบการเงินดั้งเดิม (Traditional Finance) และสินทรัพย์ดิจิทัล (Crypto) ไว้บนแพลตฟอร์มเดียว ช่วยให้ร้านค้าสามารถรับชำระเงินได้ทั้ง Fiat (โอนเงิน, บัตรเครดิต/เดบิต) และ Crypto โดยไม่ต้องจัดการความซับซ้อนของแต่ละระบบแยกกัน – จุดประสงค์หลักของโปรเจกต์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการชำระเงินที่รองรับทั้ง B2B เช่น การชำระเงินระดับองค์กร, การโอนเงินข้ามพรมแดน และ B2C เช่น สิทธิประโยชน์เงินคืน, ระบบสะสมคะแนน โดยใช้ XMN เป็นตัวขับเคลื่อนแรงจูงใจ (Incentive Alignment) – การแก้ Pain Point เพื่อลดความผันผวนของราคาคริปโทเคอร์เรนซีระหว่างชำระเงิน (Volatility Shield) ด้วยการแปลงเป็น Stablecoin หรือ Fiat ทันที พร้อมแก้ปัญหาเรื่องความสอดคล้องทางกฎหมายในฝั่งยุโรป เทคโนโลยีและฟีเจอร์เด่น xMoney สร้างระบบนิเวศที่ร้านค้าและผู้ใช้งานอยู่บนแพลตฟอร์มเดียวกัน แต่ละฟีเจอร์ออกแบบมาให้เกิด Flywheel Effect ยิ่งมีร้านค้าเข้ามาใช้มาก ค่าธรรมเนียมธุรกรรมยิ่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้มีทรัพยากรไปจ่าย Reward แก่ผู้ใช้มากขึ้น ดึงดูดให้ผู้ใช้อยู่ในระบบและสร้างแรงจูงใจให้ร้านค้าใหม่ๆ เข้ามาร่วมแพลตฟอร์ม –Hybrid Payment Infrastructure: ร้านค้าสามารถรับชำระเงินผ่าน Fiat (การโอนเงิน, บัตรเครดิต/เดบิต), Crypto (หลายสิบสกุล) และ Stablecoin ได้ครบจบในระบบเดียว ผ่านเกณฑ์มาตรฐานความปลอดภัย PCI DSS Level 1 โดยบริการด้านบัตรดำเนินงานร่วมกับสถาบันการเงินในเครือที่ได้รับใบอนุญาต (Capital Financial Services S.A.) ซึ่งเป็น Principal Member ของ Visa และ Mastercard ทำให้สามารถให้บริการประมวลผลการชำระเงินและออกบัตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ –Staking Mechanisms: ผู้ถือ XMN สามารถนำเหรียญไป Stake บนเครือข่าย Sui หรือ MultiversX เพื่อรับผลตอบแทนตาม Emission Schedule ตลอด 10 ปี โดยรองรับทั้งการ Stake แบบยืดหยุ่น (Flexible), แบบล็อกระยะเวลา (Locked) เพื่อรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น และแบบ Boost สิทธิ์ผ่าน NFT –MiCA-Compliant Token Design: XMN เป็น Utility Token ที่ออกแบบตามกรอบกฎหมาย EU MiCA (Title II) ตั้งแต่วันแรก ในฐานะ Multi-functional Crypto-Asset ช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสให้แก่สถาบันการเงินและกระดานเทรดระดับสากล –Merchant Fee Reduction Tiers: ร้านค้าที่ Stake หรือถือ XMN ในปริมาณที่กำหนดจะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมธุรกรรมแบบ Tiered พร้อมสิทธิประโยชน์ในการปลดล็อก Premium API และโบนัสแนะนำร้านค้าใหม่เข้าสู่ระบบ –Loyalty Points System (Dual Currency): xMoney ใช้ระบบ 2 สกุลคู่กัน โดยมี Loyalty Points สำหรับรางวัลประจำวัน (Cashback, ส่วนลด, กิจกรรม Gamified) และ XMN Token สำหรับสิทธิประโยชน์ระดับพรีเมียม การ Staking และการมีส่วนร่วมในระบบธรรมาภิบาล –Cross-Chain Infrastructure: XMN เป็น Native Multichain Asset ที่เปิดใช้งานทั้งบน Sui และ MultiversX พร้อมรองรับการโอนย้ายเหรียญข้ามเครือข่าย 1:1 ผ่าน Official Bridge เพื่อความคล่องตัวของผู้ใช้งาน โทเคน XMN คืออะไร? XMN เป็น Native Utility Token หลักประจำระบบนิเวศ xMoney สร้างขึ้นมาใหม่เพื่อทำหน้าที่เป็นแรงจูงใจและสิทธิประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตราสารการเงินเพื่อการลงทุน โดยโทเคน XMN ถูกออกแบบมาพร้อมการจัดสรรสัดส่วนเฉพาะเพื่อเพิ่มประโยชน์การใช้งาน สอดประสานแรงจูงใจของทุกฝ่าย และสะสมมูลค่าครอบคลุมทั้งระบบการชำระเงิน การเปิดรับของร้านค้า และการมีส่วนร่วมของชุมชน โดยบทบาทสำคัญของ XMN ในระบบ ได้แก่ –ร้านค้าที่ถือหรือ Stake เหรียญ XMN ตามเกณฑ์ที่กำหนด จะได้รับส่วนลดค่าธรรมเนียมการประมวลผลธุรกรรมแบบ Tiered –ผู้ใช้งานที่ชำระเงินผ่านระบบ xMoney จะได้รับรางวัลเป็นสิทธิประโยชน์และเงินคืนจากการซื้อสินค้า –ผู้ถือเหรียญสามารถใช้สิทธิ์โหวตในข้อเสนอการพัฒนาระบบนิเวศและทิศทางของชุมชน –ผู้ถือเหรียญสามารถนำ XMN ไปล็อกไว้ในระบบเพื่อช่วยเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่ระบบนิเวศพร้อมรับผลตอบแทนตามสัดส่วนการมีส่วนร่วม Tokenomics และการจัดสรรเหรียญ XMN อุปทานทั้งหมด (Total Max Supply) ของ XMN ถูกกำหนดไว้คงที่ที่ 10,000,000,000 โทเคน โดยไม่มีการ Mint เพิ่มเติม เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบผ่านมติ Governance ของผู้ถือโทเคน สัดส่วนการจัดสรรเหรียญ ดังนี้ –Community & Rewards (30% / 3,000 ล้าน XMN): ใช้สำหรับ Cashback, สิทธิประโยชน์ผู้ใช้, รางวัลร้านค้า และทุนพัฒนา (Vesting 7 ปี: ปลดล็อก 5% ณ เดือนที่ 6 จากนั้นทยอยปลดล็อกแบบเส้นตรงทุกครึ่งปี) –Treasury & Growth (20% / 2,000 ล้าน XMN): สำหรับการขยายผลิตภัณฑ์ พันธมิตร และโครงสร้างพื้นฐาน (Vesting 10 ปี ปลดล็อกรายไตรมาส) –Operations & Hires (15% / 1,500 ล้าน XMN): สำหรับทีมงาน บุคลากรหลัก และการดำเนินงาน (Cliff 12 เดือน จากนั้นทยอยปลดล็อกรายเดือนเป็นเวลา 36 เดือน) –Staking & Governance (10% / 1,000 ล้าน XMN): รางวัลสำหรับการ Staking และการมีส่วนร่วมในระบบธรรมาภิบาล (Vesting 10 ปี ทยอยปลดล็อกตามสัดส่วนการ Staking) –Investors & Partners (10% / 1,000 ล้าน XMN): สำหรับพันธมิตรเชิงยุทธศาสตร์ที่ช่วยขับเคลื่อนการใช้งาน (Cliff 12 เดือน จากนั้นทยอยปลดล็อกรายเดือนเป็นเวลา 36 เดือน) –Liquidity & Listings (5% / 500 ล้าน XMN): สำหรับการสร้างสภาพคล่องและสนับสนุนการจดทะเบียนในกระดานเทรด (ปลดล็อก 40% ณ วันเปิดตัว ส่วนที่เหลือทยอยปลดล็อกรายไตรมาสใน 2 ปี) –Ecosystem & Expansion (5% / 500 ล้าน XMN): สำหรับการเชื่อมต่อ Cross-chain และพันธมิตรโหนด (Vesting 3–5 ปี ตามความสำเร็จของเป้าหมาย) –Legal & Compliance (5% / 500 ล้าน XMN): สำหรับค่าใช้จ่ายด้านกฎหมาย ตรวจสอบบัญชี และการปฏิบัติตามกฎระเบียบ MiCA (Vesting 36 เดือน) ข้อมูลน่าสนใจด้านราคาของ XMN ข้อมูลจากเว็บไซต์ CoinMarketCap เมื่อวันที่ 18 ก.ย. 2026 เหรียญ XMN มีมูลค่าตามราคาตลาด (Market cap) ที่ 450,922.53 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 15,019,974.69 บาท ณ เวลาที่เขียนบทความนี้ เหรียญ XMN ซื้อขายกันอยู่ที่ราคาประมาณ 0.0004506 ดอลลาร์ หรือประมาณ 0.01501 บาทต่อ 1 XMN โดย XMN เคยทำราคาสูงสุด (All-time high) ที่ 0.1139 ดอลลาร์ หรือประมาณ 3.79 ต่อ 1 XMN เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2025 เช็กราคาเหรียญได้ที่ bitkub.com ที่มา: xMoney Website, xMoney Whitepaper — — — — — — — — — — คำเตือน: -คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — หากคุณยังเป็นมือใหม่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความ “แหล่งความรู้ มือใหม่หัดเทรดคริปโต เริ่มต้นที่นี่” แล้วมาเริ่มต้นเทรดได้วันนี้ที่ Bitkub Exchange → คลิกสมัครเลย — — — — — — — — — — What is xMoney (XMN)? The MiCA-Compliant Token Powering Next-Gen Global Payments Key Takeaways — xMoney supports payments across fiat currencies (credit/debit cards, bank transfers), stablecoins, and cryptocurrencies, certified under PCI DSS Level 1 security standards. — Designed to comply with the EU MiCA (Title II) regulatory framework as a utility token from day one. — Features a dual-currency system that utilizes Loyalty Points for daily cashback/discounts and $XMN for merchant fee discounts, staking rewards, and governance voting rights. — Operates natively across both the Sui and MultiversX networks, complete with an official 1:1 cross-chain bridge. — — — — — — — — — — What is xMoney? xMoney is a hybrid payment ecosystem that integrates traditional finance and digital assets (crypto) into a single unified platform. It enables merchants to accept payments in both fiat (bank transfers, credit/debit cards) and cryptocurrencies without having to manage the complexity of each system separately. –Core Purpose: To develop a payment infrastructure supporting both B2B transactions (e.g., corporate payments, cross-border settlements) and B2C solutions (e.g., cashback rewards, loyalty programs), using XMN as the primary driver for incentive alignment. –Solving Pain Points: Mitigates cryptocurrency price volatility during payments (Volatility Shield) by instantly converting funds into stablecoins or fiat, while simultaneously resolving regulatory compliance challenges across Europe. Technology & Highlight Features xMoney creates an ecosystem where merchants and consumers exist on the same platform. Each feature is designed to generate a flywheel effect — as merchant adoption grows, transaction fees increase, generating more resources to distribute as rewards to users, which retains consumers in the ecosystem and incentivizes new merchants to join. –Hybrid Payment Infrastructure: Merchants can accept fiat (bank transfers, credit/debit cards), crypto (dozens of tokens), and stablecoins all in one system. Certified under PCI DSS Level 1 security standards, card services are operated in partnership with an affiliated licensed financial institution (Capital Financial Services S.A.), a Principal Member of Visa and Mastercard, enabling efficient payment processing and card issuing. –Staking Mechanisms: XMN holders can stake their tokens on the Sui or MultiversX networks to earn rewards based on a 10-year emission schedule. It supports Flexible Staking, Locked Staking (for higher yields), and NFT-boosted staking tiers. –MiCA-Compliant Token Design: Designed as a utility token compliant with EU MiCA (Title II) regulations from day one as a Multi-functional Crypto-Asset, enhancing transparency and credibility for financial institutions and regulated global exchanges. –Merchant Fee Reduction Tiers: Merchants holding or staking specified amounts of XMN receive tiered transaction fee discounts, along with premium API access unlocks and referral bonuses for onboarding new merchants. –Loyalty Points System (Dual Currency): Operates a dual-currency system featuring Loyalty Points for everyday rewards (cashback, discounts, gamified quests) and XMN Tokens for premium benefits, staking, and governance participation. –Cross-Chain Infrastructure: As a native multichain asset live on both Sui and MultiversX, XMN supports 1:1 token transfers across networks via an official bridge for user flexibility. What is the XMN Token? XMN is the primary native utility token of the xMoney ecosystem, created specifically to serve as an economic incentive and utility layer rather than an investment instrument. The XMN token is designed with purpose-built allocations to grow utility, align incentives, and capture value across payments, merchant adoption, and community participation. Key roles of XMN within the system include: –Merchants holding or staking XMN according to set criteria receive tiered processing fee discounts. –Users making payments through the xMoney system earn benefits and cashback rewards on purchases. –Token holders gain voting rights on ecosystem development proposals and community governance. –Holders can lock XMN in staking mechanisms to strengthen network security while earning proportional rewards. Tokenomics & XMN Token Allocation The total maximum supply of XMN is capped at 10,000,000,000 tokens, with no additional minting permitted unless approved through a governance vote by token holders. The token allocation breakdown is as follows: –Community & Rewards (30% / 3.0 Billion XMN): Allocated for user cashback, benefits, merchant rewards, and developer grants (7-year vesting: 5% unlocked at Month 6, followed by linear semi-annual unlocks). –Treasury & Growth (20% / 2.0 Billion XMN): Designated for product expansion, strategic partnerships, and infrastructure development (10-year vesting with quarterly unlocks). –Operations & Hires (15% / 1.5 Billion XMN): Allocated for team members, key hires, and operational costs (12-month cliff, followed by 36-month linear monthly vesting). –Staking & Governance (10% / 1.0 Billion XMN): Rewards for staking and governance participation (10-year vesting, unlocked proportionally to staking activity). –Investors & Partners (10% / 1.0 Billion XMN): Reserved for strategic ecosystem partners driving platform adoption (12-month cliff, followed by 36-month linear monthly vesting). –Liquidity & Listings (5% / 0.5 Billion XMN): Dedicated to market liquidity provisioning and exchange listing support (40% unlocked at launch, remainder unlocked linearly quarterly over 2 years). –Ecosystem & Expansion (5% / 0.5 Billion XMN): Funds cross-chain integrations and node protocol partnerships (3–5 year milestone-based vesting). –Legal & Compliance (5% / 0.5 Billion XMN): Covers ongoing legal, audit, and MiCA compliance expenses (36-month vesting). Key Price & Market Data for XMN According to data from CoinMarketCap as of September 18, 2026, the XMN token has a market capitalization of $450,922.53 USD (approximately 15,019,974.69 THB). At the time of writing, XMN is trading at approximately $0.0004506 USD (or around 0.01501 THB) per XMN. The token reached its all-time high (ATH) of $0.1139 USD (approximately 3.79 THB) per XMN on October 9, 2025. Check current prices at bitkub.com Sources: xMoney Website, xMoney Whitepaper — — — — — — — — — — Disclaimer: - Cryptocurrency and digital tokens involve high risks; investors may lose all investment money and should study information carefully and make investments according to their own risk profile. -Past Returns does not guarantee future returns/performance. — — — — — — — — — — Start your crypto trading journey today! If you’re new to the space, get all the information you need in our guide, “Crypto Trading for Beginners: Start Here.” Ready to trade? Sign up now on Bitkub Exchange → Click to register! xMoney (XMN) คืออะไร? โทเคนที่ออกแบบมาตามกฎระเบียบ EU MiCA ตั้งแต่วันแรก was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Napisa Wisuttipun | Mon, 21 Sep 2026 | อ่าน: 3
แคมเปญ Friend get Friend รับ Fee credit 100 บาท*

แคมเปญ Friend get Friend รับ Fee credit 100 บาท*

กิจกรรม: Friend get friend รับ Fee credit 100 บาท* รายละเอียด: เพียงชวนเพื่อนสมัครและเปิดบัญชีกับ Bitkub Exchange และเพื่อนที่ถูกเชิญชวน ต้องผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 (KYC 1) รับโค้ดเครดิตค่าธรรมเนียมมูลค่า 100 บาท* ระยะเวลากิจกรรม: 20 ส.ค. — 31 ต.ค. 2569 ลงทะเบียนผ่านลิงก์: https://form.bitkub.com/friendgetfriend-feecredits-20aug — — — — — ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรม 1.กิจกรรม Friend get friend รับ Fee credit 100 บาท (“กิจกรรม”) นี้จัดขึ้นโดย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด (“บริษัทฯ”) 2.เริ่มตั้งแต่วันที่ 20 ส.ค. — 31 ต.ค. 69 3.เชิญชวนเพื่อนสมัครและเปิดบัญชีกับ Bitkub Exchange และเพื่อนที่ถูกเชิญชวน ต้องผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 (KYC 1) รับโค้ดเครดิตค่าธรรมเนียมมูลค่า 100 บาท (จำกัด 50 สิทธิ์) 4.เงื่อนไขในการเข้าร่วมกิจกรรมผู้เข้าร่วมกิจกกรรมต้อง- มีบัญชี Bitkub Exchange และผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 ขึ้นไป (KYC1)- ลงทะเบียนเพื่อเรียนรู้และเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแบบฟอร์ม https://form.bitkub.com/friendgetfriend-feecredits-20aug - เชิญชวนเพื่อนสมัครและเปิดบัญชีกับ Bitkub Exchange และเพื่อนที่ถูกเชิญชวน ต้องผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 (KYC 1) 5.ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และผ่านการอบรมความรู้เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลเบื้องต้น จากลิงก์ที่แนบไว้ในแบบฟอร์ม 6.ของรางวัล คือ โค้ดเครดิตค่าธรรมเนียมมูลค่า 100 บาท ต่อสิทธิ์ 7.ขอสงวนสิทธิ์การรับของรางวัล 1 รางวัล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange เท่านั้น 8.ทางบริษัทฯ จะลำดับการมอบรางวัลจากผู้ที่ลงทะเบียนในแบบฟอร์มก่อน และทำการโอนเหรียญให้กับผู้ที่ได้รับรางวัลที่ทำถูกต้องตามเงื่อนไขของกิจกรรม ภายใน 60 วันทำการ 9.ทางบริษัทฯ จะดําเนินการลบข้อมูลของลูกค้าที่กรอกแบบฟอร์ม ภายใน 365 วัน หลังจากจบระยะเวลากิจกรรม 10.ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลชนิดอื่นได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ 11.ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน ค่าเสียหายของสินค้า หรือของรางวัล หากชำรุดเมื่อได้รับของรางวัลไปแล้ว หรือเกิดความเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่งหรือทางอาญา 12.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกิจกรรม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วันทำการ 13.ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบิทคับได้ที่นี่ https://onelink.bitkub.com/aHvr/gtbl7nio *คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูงท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งหมดโปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แคมเปญ Friend get Friend รับ Fee credit 100 บาท* was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Baam Nichapat | Mon, 21 Sep 2026 | อ่าน: 4
ข่าวรายสัปดาห์ 12–18 กันยา: ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแห่เทขายขาดทุน | สหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างคลังสำรอง

ข่าวรายสัปดาห์ 12–18 กันยา: ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแห่เทขายขาดทุน | สหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างคลังสำรอง

ข่าวรายสัปดาห์ [12–18 ก.ย. 69]: ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแห่เทขายขาดทุน | สหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายคลังสำรอง Bitcoin| Spot Bitcoin ETF สูญเงิน $450 ล้านในวันเดียว วุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาด CLARITY Act ให้ผ่านความเห็นชอบ ส่งผลให้เกิดความตื่นตระหนกในตลาดจนผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นยอมเทขายขาดทุนและโอนเหรียญมากกว่า 23,000 BTC เข้าสู่กระดานเทรด พร้อมดึงเงินทุนไหลออกจากกองทุน Spot Bitcoin ETF สูงถึง 450.4 ล้านดอลลาร์ภายในวันเดียว อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางอุปสรรคทางกฎหมายในวุฒิสภา แรงขับเคลื่อนทางนิติบัญญัติก็ได้ขยับไปที่คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ซึ่งได้ลงมติผ่านร่างกฎหมาย American Reserve Modernization Act เพื่อจัดตั้งคลังสำรอง Bitcoin ของประเทศ รายงานจากธนาคารกลางอังกฤษชี้ว่า Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ อาจช่วยเสริมอิทธิพลดอลลาร์และความต้องการพันธบัตรรัฐบาลให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นแม้จะมีความเสี่ยงจากการถอนเงินสดกะทันหัน ส่วนทางด้าน World Liberty Financial เปิดตัวโครงการล็อกโทเคนระยะเวลา 180 วัน เพื่อกระตุ้นการมีส่วนร่วมในการลงคะแนนเสียงของชุมชน — — — — — — — — — — ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแห่เทขายขาดทุน หลังวุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตล้มร่างกฎหมาย CLARITY Act เมื่อวันที่ 15 กันยายน วุฒิสภาสหรัฐฯ ไม่สามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนครบ 60 เสียงเพื่อผลักดันร่างกฎหมายโครงสร้างตลาดคริปโทฯ หรือ CLARITY Act ให้ผ่านความเห็นชอบ ส่งผลให้เกิดความผันผวนในตลาดอย่างหนัก โดยกลุ่มผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้น (Short-term holders) ได้ตัดสินใจยอมตัดขายขาดทุน ข้อมูลจาก CryptoQuant ระบุว่ามีการโอน Bitcoin กว่า 23,000 BTC (มูลค่าราว 1,800 ล้านดอลลาร์) เข้าสู่นับว่าเป็นเหตุการณ์ยอมเทขายขาดทุน (Capitulation) ครั้งใหญ่ที่สุดในรอบเกือบหนึ่งเดือน ซึ่งหยุดชะงักช่วงเวลาทำกำไรของผู้investor ระยะสั้นลงอย่างกะทันหัน ก่อนการลงมติ ตลาดคริปโทฯ ได้รับปัจจัยบวกดันราคา Bitcoin พุ่งสูงเกิน $79,500 ก่อนที่กระแสตลาดจะตีกลับและร่วงลงมาแตะระดับ $76,000 ด้านนักวิเคราะห์ On-chain ชี้ว่าแม้ปริมาณเหรียญที่โอนเข้ากระดานเทรดจะสะท้อนถึงแรงขายที่เพิ่มขึ้น แต่นักลงทุนบางส่วนยังคงจับตาดูทิศทางกฎหมายในอนาคต พร้อมเบนความสนใจไปยังปัจจัยทางเศรษฐกิจ เช่น การตัดสินใจเรื่องอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) ที่มา: CryptoPotato — — — — — — — — — — คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินสภาฯ สหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างกฎหมายคลังสำรอง Bitcoin คณะกรรมาธิการบริการทางการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ลงมติเห็นชอบร่างกฎหมาย “American Reserve Modernization Act” ซึ่งเปิดทางให้กระทรวงการคลังจัดตั้งและดูแลสถานที่จัดเก็บ Bitcoin สำรองของประเทศ พร้อมกำหนดกลยุทธ์การจัดซื้อ Bitcoin เพิ่มเติมภายในระยะเวลา 5 ปี โดยไม่ส่งผลกระทบต่องบประมาณแผ่นดินหรือภาระภาษีของประชาชน ผู้สนับสนุนร่างกฎหมายระบุว่า การนำสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นทุนสำรองจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงินและลดการขาดดุลงบประมาณ ร่างกฎหมายนี้ต่อยอดมาจากแนวคิดในปี 2025 ที่เสนอให้นำ Bitcoin ซึ่งถูกยึดจากคดีอาญาและแพ่งมาใช้เป็นทุนสำรอง อย่างไรก็ตาม ยังมีเสียงคัดค้านจากสมาชิกสภาบางส่วนที่กังวลเรื่องความผันผวนของราคาและความเสี่ยง โดยก้าวต่อไปคือการเสนอเรื่องเข้าสู่การพิจารณาของวุฒิสภา ที่มา: The Block — — — — — — — — — — กองทุน Spot Bitcoin ETF ในสหรัฐฯ สูญเงิน $450 ล้านในวันเดียว นำโดยกองทุน Fidelity และ BlackRock กองทุน Spot Bitcoin ETF ที่จดทะเบียนในสหรัฐฯ ทั้ง 13 กองทุน เผชิญกับเงินทุนไหลออกสุทธิสูงถึง 450.4 ล้านดอลลาร์ในวันอังคารที่ผ่านมา ตามข้อมูลจาก Farside สวนทางกับวันจันทร์ที่มีเงินทุนไหลเข้า 159.9 ล้านดอลลาร์ ซึ่งนับเป็นการไหลออกสุทธิในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 24 มิถุนายน (ซึ่งเคยไหลออก 469 ล้านดอลลาร์) ท่ามกลางแรงกดดันจากการที่ร่างกฎหมายกำกับดูแลคริปโทฯ CLARITY Act ต้องหยุดชะงักลงในวุฒิสภาสหรัฐฯ ข้อมูลระบุว่ากองทุน FBTC ของ Fidelity เผชิญแรงเทขายหนักที่สุด โดยมีเงินไหลออก 214.8 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วยกองทุน iShares Bitcoin Trust (IBIT) ของ BlackRock ที่ไหลออก 161.7 ล้านดอลลาร์ ขณะที่กองทุน GBTC ของ Grayscale, ARKB ของ ARK 21Shares และ BITB ของ Bitwise เผชิญเงินไหลออกลดลงตามลำดับ ส่งผลให้ราคา Bitcoin ร่วงลงแตะระดับ $75,700 (ลดลงประมาณ 2.5% ในช่วง 24 ชั่วโมง) ในช่วงเวลาที่รายงาน ที่มา: Cointelegraph — — — — — — — — — — ตามรายงาน BoE ระบุการเติบโตของ Stablecoin อาจหนุนอิทธิพลดอลลาร์สหรัฐฯ และเพิ่มความต้องการพันธบัตรรัฐบาล Carolyn Wilkins สมาชิกคณะกรรมการนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (Bank of England — BoE) ระบุในการกล่าวสุนทรพจน์ที่มหาวิทยาลัย Queen’s University Belfast ว่า การขยายตัวของ Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์สหรัฐฯ อาจช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับอิทธิพลของดอลลาร์ในระดับโลก และเพิ่มความต้องการพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ (US Treasuries) ที่ใช้เป็นสินทรัพย์สำรองอย่างมหาศาล โดยปัจจุบัน Stablecoin ที่อิงกับดอลลาร์มีสัดส่วนสูงถึง 98% ของตลาด Stablecoin ทั้งหมดที่มีมูลค่ารวมกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ข้อมูลระบุว่าผู้ออก Stablecoin รายใหญ่ เช่น Tether (USDT) และ Circle (USDC) ถือครองพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ รวมกันเกือบ 150,000 ล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2025 โดยมีการเข้าซื้อเพิ่มขึ้นถึง 33,000 ล้านดอลลาร์ในปีดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ BoE เตือนว่าความสัมพันธ์นี้เป็นเหมือนดาบสองคม เพราะหากเกิดวิกฤตที่ทำให้ผู้ใช้นำ Stablecoin มาไถ่ถอนเงินสดพร้อมกันจำนวนมาก อาจบังคับให้ผู้ออกเหรียญต้องเทขายพันธบัตรอย่างรวดเร็ว และส่งผลให้ความผันผวนในตลาดการเงินรุนแรงยิ่งขึ้น ที่มา: Cointelegraph — — — — — — — — — — World Liberty Financial เปิดตัวรางวัลล็อกโทเคน ดึงผู้ถือ WLFI ร่วมลงคะแนนเสียง World Liberty Financial ได้เสนอโครงการ “Governance Engagement Incentive Program” เพื่อกระตุ้นให้ผู้ถือโทเคน WLFI มีส่วนร่วมในการโหวตทิศทางของโครงการ โดยมีกำหนดเปิดตัวตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นไป เงื่อนไขระบุให้ผู้เข้าร่วมต้องล็อกเหรียญ WLFI ไว้อย่างน้อย 180 วัน ผ่านโปรโตคอลแบบ Non-custodial และต้องลงคะแนนโหวตอย่างน้อย 1 ครั้งทุกๆ 90 วัน จึงจะมีสิทธิ์ได้รับรางวัล ผลตอบแทนจะมาจากเงินกองกลางแบบยืดหยุ่น ซึ่งได้รับการจัดสรรมาจากรายได้ในระบบนิเวศ เช่น ค่าธรรมเนียมจาก World Liberty Markets และ Dolomite นอกจากนี้ ระบบยังกำหนดเพดานสิทธิ์การโหวตไว้ไม่เกิน 5% ต่อราย เพื่อป้องกันการรวบอำนาจ โดยที่ผู้ถือเหรียญแบบไม่ล็อกยังคงได้รับสิทธิ์ในการโหวตตามปกติ การเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางคดีความทางกฎหมายเรื่องการอายัดโทเคน ขณะที่ราคาเหรียญ WLFI ในตลาดยังคงทรงตัว ที่มา: CryptoPotato — — — — — — — — — — คำเตือน: -คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ -ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีตหรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต — — — — — — — — — — หากคุณยังเป็นมือใหม่ ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในบทความ “แหล่งความรู้ มือใหม่หัดเทรดคริปโต เริ่มต้นที่นี่” แล้วมาเริ่มต้นเทรดได้วันนี้ที่ Bitkub Exchange → คลิกสมัครเลย — — — — — — — — — — Weekly News [Sep 12–18, 2026]: Senate CLARITY Failure Triggers BTC Sell-Off | US House Panel Passes Bitcoin Reserve Bill | US Spot Bitcoin ETFs Bleed $450M in Single Day The U.S. Senate failed to advance the market-structure CLARITY Act, triggering severe market panic that led short-term Bitcoin holders to capitulate and transfer over 23,000 BTC ($1.8B) to exchanges while driving single-day spot Bitcoin ETF outflows to $450.4M. Despite the regulatory setback in the Senate, legislative momentum swung to the U.S. House Financial Services Committee, which passed the American Reserve Modernization Act to establish a U.S. Strategic Bitcoin Reserve. Meanwhile, macro perspectives highlighted a Bank of England report noting that U.S. dollar-backed stablecoins could strengthen U.S. dollar dominance and Treasury demand despite run-related risks, while World Liberty Financial announced a new 180-day token-locking governance program with a 5% voting power cap to boost community turnout. — — — — — — — — — — Short-Term Bitcoin Holders Capitulate Following Failed U.S. Senate CLARITY Act Vote On September 15, the U.S. Senate failed to gather the 60 votes required to pass the market-structure CLARITY Act, triggering severe market volatility. In response, short-term Bitcoin holders capitulated and sold at a loss. Data from CryptoQuant shows that over 23,000 BTC (valued at roughly $1.8 billion) were transferred to exchanges, marking the largest capitulation event in nearly a month and abruptly halting a sustained profit-taking phase for short-term investors. Prior to the vote, positive market sentiment had driven Bitcoin’s price above $79,500 before pulling back sharply to around $76,000. On-chain analysts noted that while the exchange inflows highlight increased selling pressure, some investors are keeping a close watch on future legislative developments while shifting their focus to broader macroeconomic indicators, such as the Federal Reserve’s upcoming interest rate decisions. Source: CryptoPotato — — — — — — — — — — U.S. House Panel Passes Strategic Bitcoin Reserve Bill The U.S. House Financial Services Committee voted to approve the “American Reserve Modernization Act,” paving the way for the Treasury Department to establish and maintain a secure national Bitcoin storage facility. The bill also outlines strategies to acquire additional Bitcoin over a five-year period using budget-neutral methods that will not impact taxpayers. Supporters argue that incorporating digital assets into national reserves will enhance financial strength and help lower the deficit. The legislation builds upon a 2025 initiative to utilize Bitcoin seized through civil and criminal forfeitures. However, some lawmakers voiced concerns regarding asset volatility and risk. The bill now moves forward to the Senate for consideration. Source: The Block — — — — — — — — — — U.S. Spot Bitcoin ETFs Suffer $450 Million Single-Day Outflows, Led by Fidelity and BlackRock All 13 U.S.-listed spot Bitcoin ETFs experienced net outflows of $450.4 million on Tuesday, according to Farside data. This marks a sharp reversal from Monday’s $159.9 million inflow and stands as the heaviest single-day outflow since June 24 (when $469 million was withdrawn), driven by market friction surrounding the stalled CLARITY Act in the U.S. Senate. Fidelity’s FBTC led the selling pressure with $214.8 million in outflows, followed by BlackRock’s iShares Bitcoin Trust (IBIT) with $161.7 million. Grayscale’s GBTC, ARK 21Shares’ ARKB, and Bitwise’s BITB recorded smaller withdrawals. The wave of redemptions contributed to Bitcoin dropping to around $75,700 (down approximately 2.5% over 24 hours) at the time of the report. Source: Cointelegraph — — — — — — — — — — BoE Report Highlights Stablecoin Growth Could Boost U.S. Dollar Dominance and Treasury Demand Carolyn Wilkins, a member of the Bank of England’s Financial Policy Committee, stated during a speech at Queen’s University Belfast that the expansion of U.S. dollar-pegged stablecoins could reinforce global dollar dominance and drive substantial demand for U.S. Treasuries used as backing assets. Dollar-pegged stablecoins currently represent 98% of the broader $300 billion stablecoin market. Major issuers such as Tether (USDT) and Circle (USDC) collectively held nearly $150 billion in U.S. Treasuries by the end of 2025, acquiring an additional $33 billion over the course of that year alone. However, the BoE official cautioned that this relationship is a double-edged sword: a sudden run on stablecoins requiring mass cash redemptions could force issuers to liquidate Treasuries rapidly, aggravating financial market volatility. Source: Cointelegraph — — — — — — — — — — World Liberty Financial Unveils Token-Lock Rewards to Boost WLFI Holder Governance Participation World Liberty Financial has introduced its “Governance Engagement Incentive Program” to encourage active governance participation among native WLFI token holders. Targeted to launch on October 1, the program requires participants to lock their WLFI tokens for a minimum of 180 days via a non-custodial protocol and cast a vote on at least one proposal every 90 days to remain eligible for rewards. Yield will be distributed from a dynamic pool funded by ecosystem revenues, including fees from World Liberty Markets and Dolomite. To prevent voting power centralization, the proposal caps individual governance weight at 5%, while non-locked token holders retain standard voting rights. The announcement comes amid ongoing legal proceedings regarding frozen tokens, with WLFI market prices remaining largely steady. Source: CryptoPotato — — — — — — — — — — Disclaimer: - Cryptocurrency and digital tokens involve high risks; investors may lose all investment money and should study information carefully and make investments according to their own risk profile. -Past Returns does not guarantee future returns/performance. — — — — — — — — — — Start your crypto trading journey today! If you’re new to the space, get all the information you need in our guide, “Crypto Trading for Beginners: Start Here.” Ready to trade? Sign up now on Bitkub Exchange → Click to register! ข่าวรายสัปดาห์ 12–18 กันยา: ผู้ถือ Bitcoin ระยะสั้นแห่เทขายขาดทุน | สหรัฐฯ ลงมติผ่านร่างคลังสำรอง was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Napisa Wisuttipun | Fri, 18 Sep 2026 | อ่าน: 5
แคมเปญ Bitkub x Saucony Thailand: Run to Race (17 - 24 ก.ย. 69)

แคมเปญ Bitkub x Saucony Thailand: Run to Race (17 - 24 ก.ย. 69)

ข้อกำหนดและเงื่อนไขของกิจกรรม 1. กิจกรรม Bitkub x Saucony Thailand: Run to Race นี้ จัดขึ้นโดย บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จํากัด (“บริษัทฯ”) 2. ระยะเวลากิจกรรม: 17 ก.ย. - 24 ก.ย. 69 3. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะต้อง- มีบัญชี Bitkub Exchange และผ่านการยืนยันตัวตนระดับที่ 1 ขึ้นไป (KYC1)- ลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรมผ่านแบบฟอร์ม https://form.bitkub.com/bitkub-x-saucony-17sep2026- สะสมก้าวเดิน/วิ่ง ให้ครบ 20,000 ก้าว หรือ 10 กม. ภายในระยะเวลากิจกรรม โดยใช้ข้อมูลจากแอปพลิเคชันสุขภาพใดก็ได้ พร้อมแนบภาพหลักฐานผ่านแบบฟอร์ม รับบัตรเข้าร่วมงาน Saucony BKK 10K 2026 ท่านละ 2 ใบ (จำกัด 5 สิทธิ์) 4. ผู้เข้าร่วมกิจกรรม จะต้องศึกษา ทำความเข้าใจ และผ่านการอบรมความรู้ เกี่ยวกับคริปโทเคอร์เรนซีเบื้องต้นจากลิงก์ที่แนบไว้ในแบบฟอร์ม 5. ขอสงวนสิทธิ์การรับของรางวัล 1 รางวัล ต่อ 1 บัญชี Bitkub Exchange 6. บริษัทฯ จะมอบรางวัลตามลำดับการลงทะเบียนในแบบฟอร์ม โดยจะจัดส่งของรางวัลผ่านทางอีเมลที่ผู้ได้รับรางวัลระบุไว้ในแบบฟอร์ม ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับรางวัลจะต้องเป็นผู้ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของกิจกรรมอย่างถูกต้อง 7. บริษัทฯ จะดำเนินการมอบของรางวัลภายใน 3 วันทำการนับจากวันสิ้นสุดระยะเวลากิจกรรม ผ่านทางอีเมลที่ผู้ได้รับรางวัลระบุไว้ในแบบฟอร์ม 8. ผู้เข้าร่วมกิจกรรมต้องสมัครสมาชิก Thai Run และกรอกโค้ดเข้าร่วมงานผ่านลิงก์ https://race.thai.run/sauconybkk10k/private โดยต้องดำเนินการสมัครและลงทะเบียนภายในวันที่ 30 ก.ย. 69 เท่านั้น 9. ทางบริษัทฯ จะดําเนินการลบข้อมูลของลูกค้าที่กรอกแบบฟอร์ม ภายใน 365 วัน หลังจากจบระยะเวลากิจกรรม 10. ของรางวัลไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินสดหรือเปลี่ยนเป็นของรางวัลชนิดอื่นได้ และไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ 11. ผู้ร่วมกิจกรรมไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าตอบแทน ค่าเสียหายของสินค้า หรือของรางวัล หากชำรุดเมื่อได้รับของรางวัลไปแล้ว หรือเกิดความเสียหาย หรือสูญหายระหว่างขนส่ง หรือสิ่งใด ๆ ไม่ว่าทางแพ่ง หรือทางอาญา 12. บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขกิจกรรม โดยจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้า 3 วันทำการ 13. ดาวน์โหลดแอปพลิเคชันบิทคับได้ที่นี่ https://onelink.bitkub.com/aHvr/gtbl7nio *เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด | คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ แคมเปญ Bitkub x Saucony Thailand: Run to Race (17 - 24 ก.ย. 69) was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Jirayu Aiamjaikla | Thu, 17 Sep 2026 | อ่าน: 11
“บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” รายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับ “SOC 2 Type 2” การประเมินความปลอดภัยสูงสุด

“บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” รายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับ “SOC 2 Type 2” การประเมินความปลอดภัยสูงสุด

“บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” รายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับ “SOC 2 Type 2” การประเมินความปลอดภัยระดับสูงสุด ตามหลัก AICPA บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด ผู้ประกอบธุรกิจศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล “บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” ประกาศหลักไมล์สำคัญด้านความปลอดภัยของแพลตฟอร์ม โดยเป็นผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขาย (Exchange) และนายหน้า (Broker) ที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ประเทศไทยรายแรกและรายเดียว* ของไทยที่ได้รับการรับรอง SOC 2 Type 2 ทำไมการได้รับ “SOC 2 Type 2” ของกระดานเทรดถึงเป็นเรื่องสำคัญ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของประเทศไทย ผู้ประกอบธุรกิจ Exchange/Broker ที่ได้รับใบอนุญาตจาก ก.ล.ต. หลายรายอาศัยมาตรฐานสากล เช่น ISO/IEC 27001 และ ISO/IEC 27701 ในการกำกับการดำเนินงาน รวมถึงใช้บริการผู้รับฝากสินทรัพย์ดิจิทัล (Custodian) ที่ผ่านการรับรอง SOC 2 ในระดับชั้นการเก็บรักษาทรัพย์สิน อย่างไรก็ดี การรับรอง SOC 2 Type 2 สำหรับฝั่งศูนย์ซื้อขายและนายหน้ายังคงเป็นเรื่องที่ท้าทาย เพราะมีความเข้มงวดและมีระยะในการตรวจสอบ ที่ครอบคลุมทั้งกระบวนการดำเนินธุรกิจ การกำกับดูแลภายใน และการบริหารจัดการข้อมูลของผู้ใช้บริการตลอดช่วงเวลาประเมินอีกด้วย ความสำเร็จของ บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ นี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2568 หลังจากบริษัทได้รับการรับรอง SOC 2 Type 1 เมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2568 และต่อยอดด้วยการผ่าน SOC 2 Type 2 เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2568 ซึ่งเป็นระดับการตรวจประเมินที่เข้มงวดที่สุดในกรอบ SOC 2 ที่ออกโดย American Institute of Certified Public Accountants (AICPA) เพราะตรวจสอบทั้งการออกแบบและการใช้งานจริงของระบบควบคุมต่อเนื่องตลอดช่วงเวลา 6–12 เดือน ไม่ใช่เพียง ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง SOC 2 Type 2 คืออะไร? SOC 2 ย่อมาจาก System and Organization Controls 2 เป็นกรอบมาตรฐานที่พัฒนาโดย AICPA องค์กรวิชาชีพในสหรัฐอเมริกาที่กำหนดมาตรฐานด้านการสอบบัญชี จริยธรรมวิชาชีพ และการให้ความเชื่อมั่น ซึ่งใช้กันแพร่หลายในธุรกิจที่ดูแลข้อมูลสำคัญและทรัพยากรด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ในกรอบ SOC 2 มีรายงาน 2 ประเภทหลัก — SOC 2 Type 1 ตรวจ “การออกแบบ” ระบบควบคุม ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่ง เปรียบได้กับการตรวจพิมพ์เขียวว่าครอบคลุมและถูกต้องตามหลักเกณฑ์ — SOC 2 Type 2 ตรวจทั้ง “การออกแบบ” และ “การใช้งานจริง” ของระบบควบคุมตลอดระยะเวลาประเมิน โดยทั่วไป 6–12 เดือน เพื่อยืนยันว่าระบบควบคุมไม่ได้มีอยู่แค่ในเอกสาร แต่ทำงานได้จริงและสม่ำเสมอตลอดช่วงเวลานั้น การที่ “บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” ผ่านการประเมินดังกล่าว จึงหมายถึงมาตรการดูแลข้อมูล การบริหารจัดการระบบ และการควบคุมความปลอดภัยของบริษัท ได้รับการตรวจสอบโดยผู้ประเมินอิสระตลอดช่วงเวลาที่กำหนด หลักเกณฑ์ Trust Services Criteria ภายใต้ SOC 2 การประเมิน SOC 2 ยึดตามหลักเกณฑ์การให้บริการที่น่าเชื่อถือ (Trust Services Criteria — TSC) 5 ประการ ครอบคลุมตั้งแต่ ความปลอดภัย (Security) ในการปกป้องข้อมูลและระบบจากการเข้าถึงหรือแก้ไขโดยไม่ได้รับอนุญาต ความพร้อมใช้งาน (Availability) ของระบบตามข้อตกลงระดับบริการ ความสมบูรณ์ในการประมวลผล (Processing Integrity) ที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และได้รับอนุญาต การรักษาความลับ (Confidentiality) ของข้อมูลตามข้อตกลง ไปจนถึง ความเป็นส่วนตัว (Privacy) ในการจัดการข้อมูลส่วนบุคคลตามนโยบายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง โดยหลักเกณฑ์ “ความปลอดภัย” ถือเป็นข้อบังคับที่ทุกองค์กรที่ขอรับ SOC 2 ต้องผ่าน เพื่อยืนยันว่าระบบควบคุมได้รับการออกแบบและดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการดูแลข้อมูลและระบบของตน ภาพรวมมาตรฐานสากล ที่บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้รับ นอกจาก SOC 2 Type 1 และ Type 2 แล้ว บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ยังถือมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ด้านระบบบริหารจัดการความมั่นคงปลอดภัยสารสนเทศ และ ISO/IEC 27701 ด้านระบบบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคล รวมเป็นชุดมาตรฐานสากลที่บริษัทใช้กำกับการดำเนินงานในแต่ละมิติ บริษัทยังคงเดินหน้ายกระดับระบบความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ผู้ใช้บริการคนไทยเข้าถึงสินทรัพย์ดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มที่ผ่านการตรวจสอบโดยมาตรฐานระดับนานาชาติอีกด้วย หมายเหตุ: SOC 2 Type 2 ได้การรับรองล่าสุดเมื่อ 22 ต.ค. 68 สิ้นสุด 25 มิ.ย. 69 (ขณะนี้อยู่ในช่วงการตรวจประเมินจาก CPA เพื่อรับรองมาตรฐาน SOC 2 Type 2 คาดว่าจะแล้วเสร็จและออกใบรับรองภายในเดือน ต.ค. 69) แหล่งที่มา: AICPA SOC Suite of Services — https://www.aicpa-cima.com/resources/landing/system-and-organization-controls-soc-suite-of-services บทความที่เกี่ยวข้อง: “บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์ ได้รับการรับรอง SOC 2 Type 1 ยกระดับความปลอดภัยสู่มาตรฐานสากล” — https://www.bitkub.com/en/blog/prarticle-soc2type1-2025sep03-1ed21314e2db คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจำนวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้ “บิทคับ เอ็กซ์เชนจ์” รายแรกและรายเดียวของไทยที่ได้รับ “SOC 2 Type 2” การประเมินความปลอดภัยสูงสุด was originally published in Bitkub.com on Medium, where people are continuing the conversation by highlighting and responding to this story.

ผู้เขียน : Chutikarn Mahisaksophon | Thu, 17 Sep 2026 | อ่าน: 3
  • …
ข่าว
บริการของเรา

ตลาดซื้อ-ขาย

ซื้อ-ขาย คริปโตเคอร์เรนซี

ซื้อ Bitcoin

ซื้อ Etheruem

ราคาเหรียญ

ชวนเพื่อน

เกี่ยวกับบิทคับ

รู้จักเรา

ภารกิจของเรา

ข้อตกลงผู้ใช้บริการ

นโยบายความเป็นส่วนตัว

นโยบายการใช้คุ้กกี้

นโยบาย AML/CFT

คำสั่งซื้อขายที่ไม่เหมาะสม

นโยบายการแจ้งเบาะแสและข้อร้องเรียน

ประกาศความเป็นส่วนตัวสําหรับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

ช่วยเหลือ

คำถามที่พบบ่อย

ติดต่อเจ้าหน้าที่

ช่องทางการร้องเรียน

ความปลอดภัย

Bug Bounty Program

ประกาศและข่าวสาร

บล็อก

ประกาศ

สื่อมวลชน

Bitkub API

Bitkub Academy

รายงานข้อมูลคุณภาพการให้บริการ

อื่น ๆ

ติดต่อเรา

ร่วมงานกับบิทคับ

การลิสต์เหรียญ

สารบัญเหรียญ

ค่าธรรมเนียม

ระยะเวลาฝาก-ถอน

ติดต่อด้านพัฒนาธุรกิจ

แจ้งเตือนข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่ผิดกฎหมาย


คำเตือน
  • คริปโทเคอร์เรนซีและโทเคนดิจิทัลมีความเสี่ยงสูง ท่านอาจสูญเสียเงินลงทุนได้ทั้งจํานวน โปรดศึกษาและลงทุนให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยงที่ยอมรับได้
  • ผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลในอดีต หรือผลการดําเนินงานในอดีต มิได้เป็นสิ่งยืนยันถึงผลตอบแทน ของสินทรัพย์ดิจิทัลหรือผลการดําเนินงานในอนาคต
สงวนลิขสิทธิ์ 2569 บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด
dbdsectigo